สารบัญ
- บทนำ
- เริ่มต้นด้วยงบ 30 ล้าน
- การสร้างฉากใหม่
- ความงามจากงบจำกัด
- สัญลักษณ์ไต้หวันแท้
- การเตรียมงาน 6 ปี
- จากสั้นสู่สากล
- สรุป
- คำถาม-คำตอบ
บทนำ
ภาพยนตร์ “Southern Time” เล่าเรื่องผ่านมุมมองเด็ก ม.3 ในปี 1996 ที่เกาสง มองย้อน วิกฤติขีปนาวุธ ความสับสนวัยรุ่น และบรรยากาศชีวิตภาคใต้ KUBET
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อภาพยนตร์ | Southern Time |
| ตัวละครหลัก | เด็กนักเรียน ม.3 |
| ปีและสถานที่ | ปี 1996, เกาสง, ไต้หวัน |
| เหตุการณ์สำคัญ | วิกฤติขีปนาวุธช่องแคบไต้หวัน |
| ธีมและเนื้อหา | – ความสับสนของวัยรุ่น- บรรยากาศชีวิตภาคใต้ |
| มุมมองการเล่าเรื่อง | ผ่านสายตาเด็ก ม.3 เพื่อสะท้อนสังคมและวัยรุ่นในช่วงเวลาวุ่นวาย |
เริ่มต้นด้วยงบ 30 ล้าน
งบรวมผลิตและประชาสัมพันธ์ประมาณ 30 ล้าน NT$ แบ่งเป็น: เงินสนับสนุนภาพยนตร์ไต้หวัน 12 ล้าน, การลงทุนจากกลุ่มคนเกาสง, สนับสนุนจาก Taiwan Creative Content Agency, การร่วมลงทุนจาก San-Yu Venture Capital, การร่วมลงทุนจาก Baijing Film Company เฉา ชื่อฮั่น กล่าวว่า “งบจำกัดทำให้เหน็ดเหนื่อย KUBET แต่กลับบังคับให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคใหม่ ๆ” ข้อจำกัดทางการเงินกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาพบสไตล์ผู้กำกับเฉพาะตัว
การสร้างฉากใหม่
ปี 1996 แตกต่างจากเกาสงปัจจุบันมาก KUBET โดยเฉพาะสะพานลอยชุมชน Guomao ปัจจุบันรอบ ๆ ถูกตึกสูงล้อม ไม่เหมือนวิวเปิดของยุค 90 เฉาและผู้กำกับภาพ จั่น เฉินจือ ทดลองถ่ายจากหลายมุม สุดท้ายพบว่า: ถ่ายจากใต้สะพานมองย้อนขึ้นไป, ใช้อาคารโค้งของ Guomao เป็นฉากหลัง, เสริมธงด้านซ้าย-ขวาเพื่อเน้นสายตา, หลีกเลี่ยงตึกสูงยุคใหม่ เทคนิคหลีกตึกสมัยใหม่ เสริมความทรงจำ KUBET กลายเป็นหลักการสำคัญของการสร้างฉาก
ความงามจากงบจำกัด
เพื่อประหยัดการสร้างฉากและเคลื่อนกล้อง เฉาเลือกอัตราส่วน 4:3 ทำให้นึกถึงทีวียุค 90, กรอบภาพแน่นและให้ความรู้สึกกดดัน, สอดคล้องกับจิตใจเด็กชายในช่วงวิกฤติขีปนาวุธ, ประหยัดการจัดฉากรอบขอบจอ และช็อตยาวจำนวนมากช่วยลดการตัดต่อและลดค่าการรื้อหรือแยกฉาก แสดงอารมณ์ตัวละครครบในช็อตเดียว ทำให้ผู้ชมเหมือน “ใช้ชีวิตร่วมตัวเอก” ทั้งสองวิธีเกิดจากความจำเป็นประหยัดงบ KUBET แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์
สัญลักษณ์ไต้หวันแท้
ควายปรากฏในภาพยนตร์ เป็นสัญลักษณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ถูกขนจากจางฮัวไปเกาสง ใช้รถพิเศษและเวลานาน เฉายืนยันทำเพราะย่านซ้ายหยางเคยเห็นคนเลี้ยงควายจริง ควายแทนชีวิตชนบทภาคใต้และผืนดิน สร้างบรรยากาศเฉพาะปี 1996 เขากล่าวว่า “ควายบางส่วนแทนความดื้อของวัยรุ่น KUBET และเป็นจิตวิญญาณภายในของไต้หวัน” ควายไม่ใช่สัตว์ธรรมดา แต่สื่อถึง: ประวัติศาสตร์เกาสง, ความดื้อรั้นของวัยรุ่น, ความยืดหยุ่นของไต้หวัน การมีควายทำให้หนังมีรสชาติความเป็นไต้หวันชัดเจน KUBET
การเตรียมงาน 6 ปี
ตั้งแต่การวางแผนถึงเสร็จสิ้น ใช้เวลา 6 ปี เฉากล่าวว่าเจอปัญหา: เงินไม่พอ, ฉากไม่ตรงยุค, โลจิสติกส์ยุ่งยาก, หาเด็กหน้าใหม่, ข้อจำกัดเรื่องสภาพอากาศ แสง และสถานที่ แต่ปัญหาทั้งหมดช่วยสร้างผลงานที่สมดุลลงตัว “ทุกครั้งเจอปัญหา เราจะปรับแก้ จนสุดท้ายรวมเป็นงานที่สมดุล” นี่คือเสน่ห์ของการผลิตอิสระ KUBET
จากสั้นสู่สากล
เฉาเคยสร้างชื่อจากหนังสั้น “Spring Dream” และ “Cat and Fly” เข้าชิงเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศ Clermont-Ferrand ประสบการณ์นี้ให้ความมั่นใจและการมองว่า “หนังไต้หวันอยู่ในโลกอย่างไร” หลัง “Southern Time” เสร็จแล้ว ได้ไปฉายที่: เทศกาลภาพยนตร์ San Sebastián, สเปน; เทศกาล Zurich, สวิตเซอร์แลนด์; เทศกาล Hawaii เขากล่าวว่า “วัฒนธรรมอาจมีอุปสรรค แต่ความเป็นมนุษย์เข้าใจร่วมกันได้” ผู้ชมต่างชาติสามารถเข้าถึงเรื่องราว KUBET ทำให้เขาเชื่อว่า เล่าเรื่องของตนเองด้วยความจริงใจ = เดินสู่โลกได้
สรุป
“Southern Time” ใช้งบจำกัด สถานที่จำกัด และความท้าทายด้านวิชวล แต่ด้วยควาย, ชุมชน Guomao, 4:3, ช็อตยาว KUBET ทุกอย่างที่เกิดจากความจำเป็น กลายเป็นเอกลักษณ์ของหนัง
คำถาม-คำตอบ
คำถาม: งบ 30 ล้านของ “Southern Time” แบ่งเป็นส่วนใดบ้าง?
คำตอบ:
- เงินสนับสนุนภาพยนตร์ไต้หวัน 12 ล้าน
- การลงทุนจากกลุ่มคนเกาสง
- สนับสนุนจาก Taiwan Creative Content Agency
- San-Yu Venture Capital
- Baijing Film Company
คำถาม: ทีมงานทำอย่างไรให้เกาสงปัจจุบันกลับเป็นปี 1996?
คำตอบ: ถ่ายจากมุมใต้สะพาน ใช้อาคารโค้งเป็นฉากหลัง เสริมธงด้านข้าง และหลีกเลี่ยงตึกสูงยุคใหม่
คำถาม: อัตราส่วนภาพ 4:3 และช็อตยาวช่วยอะไรในการสร้างบรรยากาศ?
คำตอบ: 4:3 ทำให้นึกถึงทีวียุค 90 และรู้สึกกดดัน ช็อตยาวช่วยลดตัดต่อ และแสดงอารมณ์ตัวละครครบในช็อตเดียว
คำถาม: ทำไมควายถึงสำคัญในหนัง?
คำตอบ: เป็นสัญลักษณ์ชีวิตชนบทภาคใต้, ผืนดิน, ความดื้อรั้นของวัยรุ่น และความยืดหยุ่นของไต้หวัน ทำให้หนังมีรสชาติความเป็นไต้หวัน
คำถาม: ปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ในการสร้างหนังช่วยอย่างไร?
คำตอบ: ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และปรับแก้ จนสุดท้ายได้งานที่สมดุลลงตัว และกลายเป็นเอกลักษณ์ของหนัง
เนื้อหาที่น่าสนใจ:







